Skip to main content
เหตุฉุกเฉิน คองโก: องค์การฯ เตรียมพร้อมสำหรับการรับมือขนานใหญ่ กรณีการแพร่ระบาดของอีโบลา อ่านเพิ่มเติม
    Displaced people reaching Tawila locality in Sudan.

    วิกฤตการณ์ซูดาน

    เรียกร้องให้สหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ และผู้บริจาคทั่วโลก เพิ่มปริมาณความช่วยเหลือและยกระดับการทำงานเพื่อสตรีมีครรภ์และโครงการด้านโภชนาการ

    สองปีหลังสงครามเริ่มต้น วิกฤติการณ์ย่ำแย่และมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด

    ข้อมูลล่าสุด

    นับเป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่สงครามซูดานเริ่มต้นขึ้น ผู้คนกว่าล้านชีวิตกำลังเผชิญกับวิกฤติการณ์ด้านมนุษยธรรมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสิ้นหวังซึมลึกไปทุกอนู และไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดที่ปลายทาง

    "เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมองไปยังประเทศซูดาน คุณจะพบว่าความต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจำนวนมากอยู่ทุกที่ และมันไม่สามารถที่จะทำงานเพื่อรองรับความต้องการเหล่านั้นได้เลย มีประชาชนกว่าหนึ่งล้านชีวิตที่ได้รับความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมเพียงน้อยนิด สถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ตกอยู่ใต้อันตราย และระบบการส่งต่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติต่างล้มเหลวในการส่งต่อความช่วยเหลือ แม้กระทั่งเพียงเศษเสี้ยวของการให้ช่วยเหลือก็ยังไปไม่ถึง"


    สนับสนุนการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเรา

    สนับสนุนพวกเราในการส่งต่อเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคตอนนี้


    บทความที่เกี่ยวข้อง

    ซูดาน: วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของโลกยังคงไร้จุดสิ้นสุด
    ซูดาน: วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่สุดของโลกยังคงไร้จุดสิ้นสุด
    สงครามซูดานดำเนินมาต่อเนื่องเข้าปีที่สาม มีผู้คนนับล้านตกอยู่ใต้วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสิ้นหวังซึมลึกเข้าไปในจิตใจ และไม่มีใคร...
    ถ้อยแถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรื่องวิกฤตในซูดานและ 'สงครามกับประชาชน'
    ถ้อยแถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรื่องวิกฤตในซูดานและ 'สงครามกับประชาชน'
    นครนิวยอร์ก(New York)วันที่13มีนาคม2568—คริสโตเฟอร์ ล็อคเยียร์(Christopher Lockyear)เลขาธิการองค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders/Médecins S...
    ซูดาน: ผู้คน ความรัก และการต่อสู้กับอหิวาตกโรค
    ซูดาน: ผู้คน ความรัก และการต่อสู้กับอหิวาตกโรค
    เภสัชกรขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน(Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières – MSF) อย่างมัจดา ริซก์ แบ่งปันเรื่องราวความรัก ความหวัง และครอบครั...
    ซูดาน: ทุกคนต่างขมขื่นจากความสูญเสียในสงคราม ฉันก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
    ซูดาน: ทุกคนต่างขมขื่นจากความสูญเสียในสงคราม ฉันก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
    สงครามซูดานคือจุดเริ่มต้นของวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดของโลกครั้งหนึ่ง มีผู้คนมากกว่า 12 ล้านชีวิตถูกบังคับให้อพยพออกจากบ้านเกิด กว่าแสนชีวิต...
    ซูดาน: ใต้ ‘สงครามต่อประชาชน’ ผู้บาดเจ็บจำนวนมากยังหลั่งไหลเข้าสู่โรงพยาบาล
    ซูดาน: ใต้ ‘สงครามต่อประชาชน’ ผู้บาดเจ็บจำนวนมากยังหลั่งไหลเข้าสู่โรงพยาบาล
    ทีมขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières – MSF)ที่ปฏิบัติงานใน3พื้นที่ของซูดาน ได้แก่ รัฐคาร์ทูม(Khartoum)ดาร์ฟ...
    ซูดาน: เรียกร้องการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการเสียชีวิตและความอดอยาก
    ซูดาน: เรียกร้องการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการเสียชีวิตและความอดอยาก
    กองทุนและผู้สนับสนุนนานาชาติ องค์การสหประชาชาติ (United Nations - UN)คู่สงครามและพันธมิตร ต้องให้ความสนใจและจัดการแก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อลดตัวเลขการเสีย...
    ซูดาน: ประณามการโจมตีรุนแรงที่นำไปสู่การงดกิจกรรมทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลหลักของเมืองคาร์ทูม
    ซูดาน: ประณามการโจมตีรุนแรงที่นำไปสู่การงดกิจกรรมทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลหลักของเมืองคาร์ทูม
    องค์การแพทย์ไร้พรมแดน(Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières - MSF)ประณามการโจมตีระดับรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ป...
    ซูดาน: ร้อยละ 16 ของผู้ป่วยบาดเจ็บจากสงครามในโรงพยาบาลทางตอนใต้ของคาร์ทูมคือเด็ก
    ซูดาน: ร้อยละ 16 ของผู้ป่วยบาดเจ็บจากสงครามในโรงพยาบาลทางตอนใต้ของคาร์ทูมคือเด็ก
    คาร์ทูม(Khartoum)/บรัสเซล(Brussels)นับตั้งแต่เดือนมกราคม2567พบว่าราวหนึ่งในหกของผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลักบาร์แชร...

    ผลกระทบของสงครามในสาธารณรัฐซูดาน

    ก่อนที่ความรุนแรงจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเดือนเมษายน 2566 ระบบสาธารณสุขภายในประเทศก็ไร้ซึ่งเสถียรภาพอย่างสิ้นเชิงอยู่ก่อนแล้ว โดยมีดัชนีสุขภาพที่ต่ำอย่างต่อเนื่องและมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างเขตเมืองและชนบท ตลอดจนระหว่างคนรวยและคนจน

    มีความต้องการด้านสาธารณสุขมากมายทั่วประเทศและส่วนใหญ่ล้วนไม่ได้รับการตอบสนอง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นมา มีประชาชนกว่า 1.7 ล้านคนเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และคลินิกเคลื่อนที่ที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières - MSF) ให้การสนับสนุน

    ในบริเวณที่มักเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง มีการกระทำโหดร้ายทารุณ ซึ่งบรรดาพลเรือนตกเป็นเป้าและถูกสังหารเนื่องจากความขัดแย้งทางชาติพันธุ์

    • ในช่วงระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ของเดือนมิถุนายน มีชาวซูดานที่บาดเจ็บจากสงครามกว่า 1,500คน เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การฯ ในเมืองอาเดร (Adré) สาธารณรัฐชาด (Chad)
    • องค์การฯ ได้ให้การดูแลรักษาผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม 2566 ผู้ป่วยจำนวน 135 รายที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลขององค์การฯ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสาธารณรัฐชาด ได้เปิดเผยว่าเป็นผู้รอดชีวิตจากการถูกข่มขืน ทั้งหมดเป็นผู้หญิงและเด็กหญิง ที่มีอายุระหว่าง 14 ถึง 40 ปี และส่วนใหญ่ถูกทำร้ายก่อนจะเดินทางมาถึงสาธารณรัฐชาด ร้อยละ 90 ของผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มติดอาวุธ และร้อยละ 40 ของผู้รอดชีวิตถูกข่มขืนโดยผู้ก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคน  (ที่มา) 

    ผลกระทบทางอ้อมต่อสุขภาพจากสงครามครั้งนี้ก็เลวร้ายไม่แพ้กัน โดยร้อยละ 70 ถึง 80 ของโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีกต่อไป ผู้คนจำนวนมากต้องเดินทางไกลเพื่อเข้ารับการตรวจรักษา และบ่อยครั้งต้องเดินทางท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง และผู้ป่วยมักมาถึงสถานพยาบาลล่าช้า

    สภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ ขาดการเข้าถึงน้ำสะอาด ไม่ได้รับวัคซีน และไม่อาจเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการระบาดของโรคได้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทั้งยังทำให้อัตราการแพร่ระบาดของโรครุนแรงขึ้นอย่างมาก คณะทำงานขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนได้ให้การดูแลผู้ป่วยไข้มาลาเรีย (malaria) จำนวนกว่า 174,000 ราย รักษาอาการท้องร่วง (diarrhea) ให้กับผู้ป่วยจำนวนถึง 89,100 ราย และตรวจพบผู้ป่วยโรคหัด (measles) หลายพันราย

    สตรีมีครรภ์เป็นกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นพิเศษจากการขาดการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ในช่วงสองปีที่ผ่านมา องค์การฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในการคลอดบุตรแก่สตรีจำนวนกว่า 35,300 ราย และทำการผ่าตัดคลอดจำนวน 6,400 ราย

    ปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกประการหนึ่งคือภาวะทุพโภชนาการ (malnutrition) องค์การฯ ได้สนับสนุนการรักษาเด็กที่ขาดสารอาหารจำนวนกว่า 67,000 ราย ในระยะเวลาเพียงสองปี

    องค์การฯ ยังให้ความช่วยเหลือดังกล่าวในสาธารณรัฐชาดและสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (South Sudan) ซึ่งเป็นที่พำนักของผู้ลี้ภัยจำนวนกว่า 3.8 ล้านคนนับตั้งแต่สงครามในสาธารณรัฐซูดานเริ่มต้นขึ้น

    ความรุนแรงยังคงทำลายชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังส่งผลให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขยากลำบากขึ้น และทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเสี่ยงอันตราย เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามร่วมกันปกป้องชีวิตพลเรือนและปกป้องกลุ่มคนเหล่านี้จากการตกเป็นเป้าของสงครามครั้งนี้
    โอซาน อักบาส ผู้จัดการด้านงานฉุกเฉิน

    ภารกิจขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนในสาธารณรัฐซูดาน

    ปัจจุบันองค์การแพทย์ไร้พรมแดนปฏิบัติงานภายในพื้นที่และให้การสนับสนุนสถานพยาบาลกว่า30 แห่งใน 10 รัฐจากทั้งสิ้น 18 รัฐในสาธารณรัฐซูดาน คณะทำงานขององค์การฯ ให้การดูแลทางการแพทย์ที่จำเป็นทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นในด้านต่างๆ ดังนี้

    • บริการฉุกเฉินและการผ่าตัด อันได้แก่การดูแลรักษาอาการบาดเจ็บจากสงครามและการบาดเจ็บอื่นๆ รวมถึงการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤติและการผ่าตัดคลอด
    • การดูแลสุขภาพมารดาและเด็ก อันได้แก่บริการด้านสุขภาพที่จำเป็นสำหรับแม่และเด็ก
    • การรักษาภาวะทุพโภชนาการ ซึ่งประกอบไปด้วยการคัดกรองผู้มีภาวะทุพโภชนาการ ตลอดจนการดูแลรักษาในโรงพยาบาลและที่บ้านสำหรับเด็กที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหารเฉียบพลันและสตรีมีครรภ์
    • คลินิกผู้ป่วยนอกและคลินิกเคลื่อนที่ ซึ่งเป็นการออกให้บริการด้านสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งในชุมชนผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัย
    • โครงการการฉีดวัคซีน ได้แก่การให้วัคซีนตามรอบปกติและวัคซีนเพิ่มเติม
    • การจัดการโรคระบาด อันได้แก่การจัดการควบคุมอหิวาตกโรค (cholera) โรคหัด และวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพอื่นๆ
    • กิจกรรมด้านน้ำ สุขาภิบาล และการส่งเสริมสุขอนามัย ได้แก่การเสริมสร้างสุขอนามัยโดยการติดตั้งสุขา การซ่อมแซมจุดจ่ายน้ำ และบริการสุขาภิบาล
    • การบริจาคเวชภัณฑ์ ซึ่งประกอบไปด้วยการสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นแก่สถานพยาบาล
    • การสร้างเสริมศักยภาพ อันได้แก่การจัดการฝึกอบรม การสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง และการสนับสนุนด้านการขนส่งเดินทางแก่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข
    MSF medical activities in Sudan

    บุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง

    ตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น บุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลต่าง ๆ ถูกโจมตีและปล้นสะดมอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ระบบสาธารณสุขส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายและบางแห่งก็ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีก ทั้งนี้ เนื่องจากผู้คนจำนวนมากต้องพลัดถิ่นและเศรษฐกิจล่มสลาย ระบบสาธารณสุขในประเทศไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่ท่วมท้นได้และอยู่ในภาวะใกล้ล่มสลาย โดยโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีกต่อไป องค์การแพทย์ไร้พรมแดนจึงได้เพิ่มความพยายามในการสร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่หลายแห่งทั่วสาธารณรัฐซูดาน อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเหล่านี้กลับได้รับความเสียหายบางส่วนหรือทั้งหมด หรือถูกปล้นสะดมจนไม่สามารถใช้งานหรือเปิดให้บริการต่อไปได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลตุรกี (Turkish Hospital) ในกรุงคาร์ทูม (Khartoum) และโรงพยาบาลเซาท์ (South Hospital ) ในเมืองเอล ฟาเชอร์ (El Fasher) โรงพยาบาลเด็กในเมืองเอล ฟาเชอร์ (Pediatric Hospital) และสถาบันการแพทย์นยาลา (Nyala Teaching Hospital)

    ในช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ความขัดแย้ง มีการบุกรุกสถานพยาบาลหลักขององค์การฯ ในกรุงคาร์ทูม และรัฐดาร์ฟูร์ใต้ (South Darfur) ตลอดจนรัฐดาร์ฟูร์ตะวันตก (West Darfur) โดยเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ด้านการขนส่งเคลื่อนย้ายที่สำคัญได้ถูกขโมยไป ส่งผลให้การดำเนินงานขององค์การฯ ในสาธารณรัฐซูดานเป็นไปด้วยความลำบากอย่างยิ่ง

    การโจมตีระบบดูแลสุขภาพ
    • นับตั้งแต่องค์การแพทย์ไร้พรมแดนเริ่มให้การสนับสนุนโรงพยาบาลอัลเนา (Al Nao Hospital) ในเมืองออมเดอร์มาน (Omdurman) กระสุนปืนใหญ่หลายลูกได้ตกลงมาใกล้โรงพยาบาลในระยะที่สร้างความหวาดกลัวให้แก่บุคลากรและผู้ป่วย โดยตกห่างจากโรงพยาบาลเพียง 500 เมตร เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา กระสุนปืนใหญ่ได้พุ่งเข้าทำลายแผนกฉุกเฉิน ทำให้ผู้ดูแลผู้ป่วยจำนวน 2รายเสียชีวิต และอีก 5 ราย ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังมีเหตุกระสุนปืนใหญ่อีก 4 ลูกระเบิดขึ้นนอกโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนวนมาก
    • ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (Rapid Support Forces/RSF) อ้างว่ากองกำลังติดอาวุธซูดาน (Sudanese Armed Forces - SAF) ได้ใช้กำลังบังคับให้พลเรือนอพยพออกจากโรงพยาบาลอัลเนาและเปลี่ยนโรงพยาบาลดังกล่าวให้กลายเป็นโรงพยาบาลทหาร โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ขององค์การฯ กำลังให้การรักษาพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ซึ่งเป็นห้องฉุกเฉินห้องเดียวที่ยังใช้งานได้ในเมืองออมเดอร์มาน
    • การปกป้องสถานพยาบาลให้ปลอดจากอาวุธเป็นความท้าทายประจำวันในโรงพยาบาลอัลเนาในเมืองออมเดอร์มานและโรงพยาบาลคัส (Kas Hospital) ในภูมิภาคดาร์ฟูร์ (Darfur) ตลอดจนสถานพยาบาลอื่นๆ ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ
    การโจมตีเจ้าหน้าที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดนและบุคลากรทางการแพทย์
    • คู่สงครามได้ใช้ความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ขององค์การฯ และบุคลากรโรงพยาบาลที่องค์การฯ ให้การสนับสนุนในกรุงคาร์ทูมและภูมิภาคดาร์ฟูร์ เจ้าหน้าที่ในคณะทำงานและบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการสนับสนุนถูกทำร้ายร่างกาย คุกคาม และข่มขู่แบบจงใจ ตลอดจนถูกกักขังและถูกละเมิดในรูปแบบอื่น
    • บุคลากรด้านสาธารณสุขบางรายทำงานติดต่อกันสองกะหากพบว่าสถานการณ์อันตรายเกินกว่าจะให้เพื่อนร่วมงานเดินทางออกมาทำงาน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา บุรุษพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลอัลเนาคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ติดอาวุธสกัดที่จุดตรวจขณะที่เขากำลังเดินทางไปทำงานในกะกลางคืน บุรุษพยาบาลดังกล่าวถูกทำร้ายอย่างรุนแรงและทิ้งไว้ข้างถนน เขาไม่ได้สติเมื่อนำตัวมาถึงที่โรงพยาบาล
    • เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 กระสุนลูกหลงลูกหนึ่งตกลงในบริเวณโรงพยาบาลอัล ซาอุดี (Al Saudi Hospital) ในเมืองออมเดอร์มาน ทำให้เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเสียชีวิตขณะเดินอยู่ในบริเวณโรงพยาบาล เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีการย้ายโรงพยาบาลดังกล่าวไปยังสถานที่ปลอดภัยในบริเวณโรงพยาบาลอัลเนา

    แม้ว่ากรณีข้างต้นจะถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี แต่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน บุคลากรด้านสาธารณสุขและด้านมนุษยธรรมจำต้องปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อชีวิตและสุขภาพกาย และยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อต้องตกเป็นเป้าของการคุกคาม กลายเป็นผู้ต้องสงสัย และถูกดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่รัฐและกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว เช่น การกักขังเจ้าหน้าที่และบุคลากรด้านมนุษยธรรม

    พร้อมดำเนินงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน

    ส่งต่อความช่วยเหลือทางการแพทย์ไปยังผู้คนที่กำลังเผชิญความรุนแรงในประเทศซูดาน และผู้ป่วยในพื้นที่กว่า 70 ประเทศทั่วโลก ผ่านการบริจาคตอนนี้