Skip to main content
เหตุฉุกเฉิน เวเนซุเอลา: ปฏิบัติการรับมือขององค์การฯ กรณีเหตุแผ่นดินไหว อ่านเพิ่มเติม

    ซูดาน: การรณรงค์ฉีดวัคซีนโรคหัดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ในเอล เจจีน่า

    A child celebrates with a smile after receiving her measles and rubella vaccine in El Geneina

    เด็กหญิงรีมวัย 10 ขวบส่งรอยยิ้มหลังจากเข้ารับวัคซีนโรคหัดและหัดเยอรมันในพื้นที่อัลซาฟา เอล เจจีน่า เพื่อสร้างความมั่นในให้น้องๆ ว่าการฉีดวัคซีนไม่เจ็บและสามารถกลับมาเล่นได้อย่างรวดเร็ว - ซูดาน มกราคม 2569 © Cindy Gonzalez/MSF

    นี่เป็นการดำเนินงานอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับการระบาดอย่างหนักของโรคหัด (measles) ในเอล เจนีน่า (El Geneina) โดยในช่วงก่อนการรณรงค์ หอผู้ป่วยโรคหัดของโรงพยาบาลฝึกสอนเอล เจนีน่า (El Geneina Teaching Hospital) รับผู้ป่วยราว 130 รายต่อสัปดาห์และระหว่างเดือนพฤศจิกายน ปี 2568 จนถึงสิ้นเดือนมกราคม ปี 2569 เราได้ส่งต่อการรักษาแก่ผู้ป่วยโรคหัดทั้งหมด 778 ราย

    นพ.อาลี ดาวูด (Dr. Ali Daoud) รองผู้ประสานงานด้านการแพทย์ องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières – MSF) กล่าวไว้ในวันสุดท้ายของการรณรงค์ในเอล เจนีน่า เมืองหลวงของรัฐดาร์ฟูร์ตะวันตก (West Darfur state) การรณรงค์ครั้งนี้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 30 มกราคม โดยได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากกระทรวงสาธารณสุขและองค์กรด้านสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลาทั้ง 6 วันนี้ มีเด็กอายุระหว่าง 9 เดือนถึง 15 ปีที่เข้ารับการฉีดวัคซีนถึง 174,000 คน คิดเป็นร้อยละ 94 ของกลุ่มเป้าหมาย

    การรณรงค์ครั้งนี้นับเป็นการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดครั้งแรกในพื้นที่เอล เจนีน่านับตั้งแต่ปี 2564 โรคหัดเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น การเข้าถึงการรับวัคซีนได้โดยสะดวกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

    เด็กคนอื่น ๆ ก็ควรจะฉีดวัคซีนโรคหัดเพื่อป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะมันอันตรายมากโดยเฉพาะในเด็กอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ มันไม่เจ็บเลย ฉีดเสร็จ ผมสามารถกลับบ้าน ละหมาด และไปเรียนได้ตามปกติ
    คาลิด วัย 14 ปี

    เด็กคนอื่น ๆ ก็ควรจะฉีดวัคซีนโรคหัดเพื่อป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะมันอันตรายมากโดยเฉพาะในเด็กอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ มันไม่เจ็บเลย ฉีดเสร็จ ผมสามารถกลับบ้าน ละหมาด และไปเรียนได้ตามปกติ คาลิด (Khalid) เด็กชายวัย 14 ปี กล่าวเชิญชวนลูกพี่ลูกน้องให้มารับวัคซีนพร้อมเขากับพี่น้องของเขาที่จุดฉีดวัคซีนแห่งหนึ่ง

    การขับเคลื่อนระดับชุมชนคือหัวใจหลักของการรณรงค์

    ความร่วมมือของชุมชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพิ่มระดับความครอบคลุมของการฉีดวัคซีน องค์การฯ ได้ระดมอาสาสมัครชุมชนกว่า 1,400 คน ให้ผ่านการฝึกอบรมและลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของศูนย์ฉีดวัคซีนมากกว่า 200 แห่งทั่วเอล เจนีน่า มีการใช้ทีมภาคสนามและรถขยายเสียงเพื่อประชาสัมพันธ์ แจ้งกำหนดการฉีดวัคซีน และเชิญชวนผู้ปกครองให้พาลูกหลานมารับวัคซีน

    การรณรงค์นี้จะเป็นไปได้ยากหากขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการประสานงานและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง
    อับดุลฮาลิม อิชาก เจ้าหน้าที่โลจิสติกส์
     A medical staff vaccinated a child at the vaccination site in El Geneina

    มาวา (Mawa) วัย 10 ขวบเข้ารับการฉีดวีคซีนในอัลซาฟา เอล เจจีน่า โดยคุณครูของเธอสอนว่าทุกคนควรเข้ารับการฉีดวัคซีน นอกจากพี่ชายและน้องชายอีก 4 คนที่เดินทางมาฉีดวัคซีนพร้อมกันแล้ว เธอยังเห็นเพื่อนที่โรงเรียน 2 คนที่จุดฉีดวัคซีนเช่นกัน

    "มันอาจดูน่ากลัว แต่มันไม่เจ็บเลย ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าโรคหัดเป็นแบบไหนแต่ฉันรู้ว่าถ้าป่วยแล้วจะออกไปเล่นกันเพื่อนไม่ได้ วัคซีนจะช่วยปกป้องฉันและครอบครัว" เธอกล่าว มาวาและพี่น้องของเธอเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่เข้ารับการฉีดวีคซีนในโครงการรณรงค์ตลอด 6 วันขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนและกระทรวงสาธารณสุขทางดาร์ฟูร์ตะวันตก - ซูดาน มกราคม 2569 © Cindy Gonzalez/MSF

     การรณรงค์นี้จะเป็นไปได้ยากหากขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงการประสานงานและสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่เข้มแข็งอับดุลฮาลิม อิชาก (Abdalhalim Ishag) เจ้าหน้าที่โลจิสติกส์ขององค์การฯ ประจำโรงพยาบาลเอล เจนีน่า กล่าว เราต้องระดมทรัพยากร เพื่อให้เข้าถึงจุดรับวัคซีนกว่า 200 แห่งในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยากได้อย่างครอบคลุมอับดุลฮาลิมกล่าวเสริม

    ตอนแรกฉันรู้สึกกลัว แต่ฉีดวัคซีนไม่เจ็บเลย ฉันไม่เคยเห็นใครเป็นโรคหัดมาก่อน ฉันรู้แต่ว่าถ้าป่วยจะเล่นไม่ได้ วัคซีนจะช่วยปกป้องฉันและครอบครัว มาวา (Mawa) เด็กหญิงวัย 10 ปี กล่าวขณะเข้ารับวัคซีนพร้อมกับพี่ชายและน้องชายทั้ง 4 คน

    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทีมขององค์การฯ สนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการทำงานเพื่อรับมือกับการระบาดของโรคหัดในรัฐดาร์ฟูร์ตะวันตก ซึ่งในช่วงกลางปี 2568 มีการรณรงค์ฉีดวัคซีนหมู่ในชุมชนโฟโร บารังกา (Foro Baranga) ซึ่งเป็นเขตชนบททางตอนใต้ของรัฐ

    A collaborative team of MSF and Ministry of Health (MoH) staff working alongside community members during the measles and rubella vaccination campaign.

    การทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานองค์การแพทย์ไร้พรมแแดนและกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงสมาชิกในชุมชน เพื่อรณรงต์การฉีดวัคซีนหัดและหัดเยอรมัน โดยการขับเคลื่อนขนาดใหญ่ในครั้งนี้ องค์การฯ ได้ดำเนินงานเพื่อฝึกสอนอาสาสมัครชุมชนจำนวนกว่า 1,400 รายอย่างเข้มข้น ผ่านการระดมเจ้าหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพที่ได้รับการอบรมขององค์การฯ 138 ราย โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้กระจายตัวไปตามจุดฉีดวัคซีน 237 แห่งในพื้นที่ 5 เขต - ซูดาน 2569 © Cindy Gonzalez/MSF

    สำหรับหลาย ๆ คนแล้ว การมีชีวิตรอดไม่ได้หมายถึงแค่การหนีพ้นจากความรุนแรง แต่ยังรวมถึงการเอาชีวิตรอดจากโรคภัย อย่างเช่น โรคหัด ที่แพร่ระบาดได้ด้วยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การพลัดถิ่น ความแออัด การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีอยู่อย่างจำกัด ช่องโหว่ด้านการเข้ารับวัคซีน และระบบเฝ้าระวังโรคที่เปราะบาง

    “เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า องค์การฯ ยังคงเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขและทุกองค์กรด้านสุขภาพเสริมสร้างความพร้อมและการเข้าถึงบริการฉีดวัคซีนทั่วภูมิภาคดาร์ฟูร์” นพ.อาลี กล่าว 

    การให้บริการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำของโรคหัด และเพื่อคุ้มครองเด็ก ๆ ไม่ใช่แค่ในรัฐดาร์ฟูร์ตะวันตกเท่านั้น แต่รวมถึงทั่วประเทศซูดาน (Sudan)”



    สนับสนุนการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเรา

    สนับสนุนพวกเราในการส่งต่อเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคตอนนี้