กาซา: เหตุการณ์สังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์หลายสิบราย ณ จุดแจกจ่ายอาหารอิสราเอลและสหรัฐ
บรรดาเด็กต่างถือหม้อที่ว่างเปล่าระหว่างที่เดินทางไปยังครัวชุมชนทางตอนเหนือของกาซา - ดินแดนปาเลสไตน์ 2568 © Nour Alsaqqa/MSF
ทีมขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières - MSF) เข้าร่วมรับมือในอุบัติภัยหมู่ครั้งนี้ในโรงพยาบาลนาสเซอร์ (Nasser hospital) เมืองข่าน ยูนิส (Khan Younis) ผู้ป่วยต่างเล่าให้เจ้าหน้าที่ขององค์การฯ ฟังว่าพวกเขาถูกยิงจากทุกทิศทาง ทั้งจากอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน เฮลิคอปเตอร์ เรือ รถถัง รวมถึงปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินจากกองทัพอิสราเอล
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า ระบบส่งมอบความช่วยเหลือแบบใหม่นี้ไร้ซึ่งมนุษยธรรม อันตราย และไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บของพลเรือนทั้งที่สามารถป้องกันได้ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต้องถูกจัดสรรโดยองค์กรด้านมนุษยธรรมที่มีศักยภาพและความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่านั้น” แคลร์ มาเนร่า (Claire Manera) ผู้ประสานงานด้านสถานการณ์ฉุกเฉินขององค์การฯ กล่าว
วันนี้ทีมแพทย์ขององค์การฯ ที่โรงพยาบาลนาสเซอร์ได้รักษาผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบางรายอยู่ในภาวะวิกฤตและยังคงต้องได้รับการผ่าตัด แต่เนื่องจากถุงเลือดในธนาคารเลือดเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องบริจาคเลือดของตนเองเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย
“โถงทางเดินของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้ป่วยแต่ต่างกับที่ฉันเคยเห็นมา ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นสตรีและเด็ก แต่มาวันนี้ส่วนใหญ่กลับเป็นผู้ชาย พวกเขานอนรอบนเตียงตามทางเดิน เนื่องจากห้องต่างๆ ไปด้วยผู้บาดเจ็บ พวกเขามีบาดแผลจากการถูกยิงบริเวณแขนขาที่เห็นได้ชัด และเสื้อผ้าของพวกเขาชุ่มไปด้วยเลือด” นูร์ อัลซาคา (Nour Alsaqa) เจ้าหน้าที่สื่อสารขององค์การฯ กล่าว
“พวกเขาดูอิดโรยและสิ้นหวัง หลังพยายามหาอาหารให้ลูก ๆ ของพวกเขา แต่ต้องกลับมามือเปล่าและยังได้รับบาดเจ็บ ข้างนอกมีเสียงตะโกน เสียงรถพยาบาล และผู้ป่วยใหม่ที่รีบถูกนำส่งห้องฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความวุ่นวายนี้พวกเราได้รับการยืนยันว่าพี่ชายของเพื่อนร่วมทีมของเราถูกสังหารขณะพยายามไปรับความช่วยเหลือที่ศูนย์แจกจ่ายอาหาร” เธอกล่าวเสริม
นี่ไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการโกหก สมควรไหมที่พวกเราจะต้องมาตายในตอนออกไปหาอาหารให้ลูกมันซูร์ ซามี อับดี บิดาของเด็กสี่คน
มันซูร์ ซามี อับดี พ่อลูกสี่ ได้อธิบายถึงเหตุการณ์อันวุ่นวายว่า “ผู้คนต่อสู้แย่งชิงอาหาร 5 ลัง พวกเขาบอกให้พวกเราหยิบอาหาร แล้วก็ยิงใส่พวกเราจากทุกทิศทาง ผมวิ่งออกไปกว่า 200 เมตร ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตัวเองถูกยิง นี่ไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่เป็นการโกหก สมควรไหมที่พวกเราจะต้องมาตายในตอนออกไปหาอาหารให้ลูก ๆ?”
“ผมถูกยิงตอน 03.10 น. เนื่องจากพวกเราติดอยู่ด้านใน ผมเลือดไหลไม่หยุดจนถึง 05.00 น. โดยมีผู้ชายอีกหลายคนอยู่กับผม หนึ่งในนั้นพยายามจะพาผมหนีออกไป แต่เขาถูกยิงเข้าที่ศีรษะและตายบนอกผม พวกเราไปที่นั่นเพียงหวังว่าจะได้อาหาร เพื่อให้มีชีวิตรอดอย่างคนอื่น ๆ” โมฮัมหมัด ดักเมห์ (Mohammad Daghmeh) ผู้พลัดถิ่นวัย 24 ในอัล-คาราร่า เมืองข่าน ยูนิส (Al-Qarara, Khan Younis) กล่าว
นี่เป็นครั้งที่สองที่ระบบแจกจ่ายความช่วยเหลือแบบใหม่นี้นำไปสู่การสูญเสียเลือดเนื้อ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งเป็นบ่ายวันแรกของการแจกจ่ายในราฟาห์ (Rafah) ระหว่างที่ทุกอย่างตกอยู่ใต้ความโกลาหล กองทัพอิสราเอลยิงใส่ผู้คนหลายสิบคนในขณะที่การแจกจ่ายสิ่งของยังชีพขั้นพื้นฐานในปริมาณที่ไม่เพียงพออย่างสิ้นเชิง
ผลของการปิดล้อมโดยทางการอิสราเอลทั้งหมดในวันที่ 2 มีนาคม ทำให้ทุกพื้นที่ของกาซาตกอยู่ในความเสี่ยงจากการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง นี่เป็นข้อมูลตามรายงานของสหประชาชาติ (United Nations - UN) และนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม มีรถบรรทุกอาหารเพียงไม่กี่ร้อยคันที่เข้ามา ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างมาก สร้างความสิ้นหวังให้ประชาชนกว่า 2 ล้านคนที่ถูกตัดขาดจากอาหาร น้ำ และยารักษาโรคมานาน 3 เดือนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปิดกั้นความช่วยเหลือที่เข้าสู่กาซาทั้งหมดหรือแค่บางส่วน ล้วนแต่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงสำหรับชาวกาซา
องค์การฯ เน้นย้ำว่านอกเหนือจากคำสั่งอพยพที่ส่งผลให้เกิดการพลัดและการทิ้งระเบิดที่คร่าชีวิตพลเรือน การใช้ความช่วยเหลือเป็นเครื่องมือโจมตีเช่นนี้ถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งมีเพียงการหยุดยิงถาวรและการเปิดให้ความช่วยเหลือ รวมถึงอาหาร เวชภัณฑ์ เชื้อเพลิง และอุปกรณ์ให้ได้เข้าสู่กาซาโดยเร็วเท่านั้น ที่จะสามารถบรรเทาหายนะจากน้ำมือมนุษย์นี้ได้
สนับสนุนการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเรา
สนับสนุนพวกเราในการส่งต่อเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคตอนนี้