Skip to main content
เหตุฉุกเฉิน เวเนซุเอลา: ปฏิบัติการรับมือขององค์การฯ กรณีเหตุแผ่นดินไหว อ่านเพิ่มเติม

    เลบานอน: ฉันรีบภาวนาขอให้ดวงตายังคงมองเห็นได้อยู่

    Vicinity of Jabal Amel hospital heavily damaged

    ภาพพื้นที่ภายในรั้วโรงพยาบาลจาบัล อาเมลที่ได้รับความเสียหายอยากหนัก ภายหลังการโจมตีของกองกำลังอิสราเอลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน - เลบานอน 2569 © Kristen Poels/MSF

    จามิลา* (Jamila) เริ่มทำงานในตำแหน่งพยาบาลประจำแผนกฟอกไตของโรงพยาบาลจาบัลอาเมล (Jabal Amel Hospital) ในเมืองซูร์หรือไทร์ (Sour/Tyre) ประเทศเลบานอน ตั้งแต่ปี 2539 โดยขณะปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 1 มิถุนายน เวลาประมาณ 18.00 น. อิสราเอล (Israel) ได้ทำการโจมตีทางอากาศบริเวณโรงพยาบาล ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรวมถึงจามิลา ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 39 ราย นับเป็นเหตุการณ์ที่มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับบาดเจ็บพร้อมกันมากที่สุด อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่ออาคารของโรงพยาบาล แม้จะมีการประกาศหยุดยิงหากปฏิบัติการทางการทหารยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ โดยการโจมตีครั้งก่อนห่างออกไปเพียงสามวันก่อนหน้าเท่านั้น 

    จามิลาได้บอกเล่าเรื่องราวในวันเกิดเหตุระหว่างรอเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าในวันถัดไป ใบหน้าของเธอบวมและปรากฏรอยช้ำสีเหลืองจากแรงระเบิด ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ดวงตาของเธอแดงก่ำและมีรอยคล้ำรอบดวงตา

    MSF staff talking to nurse

    เจ้าหน้าที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดนพูดคุยกับพยาบาลที่ได้บาดเจ็บรายหนึ่ง ภายหลังกองกำลังอิสราเอลทำการโจมตีทางอากาศบริเวณโรงพยาบาลจาบัล อาเมล เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน - เลบานอน 2569 © Kristen Poels/MSF

    "ฉันรู้ทันทีว่าเรากำลังเจอระเบิด และฉันได้แต่ภาวนาให้ฉันยังคงมองเห็นได้ต่อไป”

    ตอนนั้นฉันกำลังเฝ้าดูอาการผู้ป่วยคนหนึ่งอยู่ที่แผนกฟอกไต จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างตกลงมา มันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาบนหัวของฉันโดยตรง เสียงนั้นไม่เหมือนเสียงระเบิดที่ฉันเคยได้ยินมาก่อน ไม่กี่วินาทีต่อมา ฉันรู้สึกว่ามีของเหลวอุ่นไหลลงมาบนใบหน้าของฉันแต่ยังไม่รู้ว่ามันคือเลือด จนกระทั่งก้มลงมองและเห็นเพื่อนร่วมงานนอนอยู่บนพื้น ตอนนั้นจึงเห็นเลือดของตัวเองบนพื้นด้วย ฉันรู้ทันทีว่าเกิดการทิ้งระเบิดขึ้น และฉันรีบภาวนาขออย่าให้ฉันต้องสูญเสียการมองเห็นเลย จากนั้นฉันหมดสติและมีคนช่วยพาออกมา 

    สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงเมื่อได้สติคือสถานการณ์ของผู้ป่วยที่กำลังดูแลอยู่ในตอนที่เกิดการโจมตี ฉันสงสัยว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง

    ฉันต้องพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (Intensive Care Unit - ICU) เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนย้ายมาที่หน่วยศัลยกรรมหัวใจ  (Cardiac Surgical Unit - CSU) ซึ่งตอนนี้ฉันกำลังรอเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าใหม่ ยังมีเศษกระจกชิ้นหนึ่งฝังอยู่ใกล้ดวงตาขวาของฉัน แต่ฉันรู้สึกดีใจมากที่ยังมองเห็นสิ่งรอบตัวได้ 

    สิ่งเดียวที่ฉันคิดอยู่ตลอดคือการได้กลับไปทำงาน กลับไปหาผู้ป่วยของฉัน ฉันอยากหายดีให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้กลับไปช่วยเหลือผู้คนอีกครั้ง ฉันรักและใส่ใจงานของฉันมาก ฉันทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้การดูแลที่ดีที่สุดกับผู้ป่วยฟอกไต ฉันอยากจะอยู่เคียงข้างและใช้เวลาดูแลพวกเขาอีกครั้ง

    เมื่อเกิดการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อวาน เสียงระเบิดมันดังสนั่นไปทั่ว มันน่าหวาดกลัวอย่างมาก สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ภาวนา

    โรงพยาบาลแห่งนี้คือบ้านหลังที่สองของฉัน ฉันอาศัยอยู่ที่นี่กับพี่สาว ซึ่งเป็นพยาบาลอยู่ที่อีกแผนกหนึ่ง เราไม่มีที่อื่นให้ไปแล้ว หมู่บ้านของเราถูกทำลายทั้งหมด และบ้านของครอบครัวเราก็ไม่เหลืออยู่

    ถ้ามีคำสั่งอพยพครั้งต่อไป ฉันก็คงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะมันไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกแล้ว

     

    หมายเหตุ: เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา เมืองซูร์ (หรือไทร์) ทั้งเมืองตกอยู่ใต้คำสั่งบังคับพลัดถิ่น



    *นามสมมติ


    สนับสนุนการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเรา

    สนับสนุนพวกเราในการส่งต่อเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคตอนนี้