Skip to main content
เหตุฉุกเฉิน เวเนซุเอลา: ปฏิบัติการรับมือขององค์การฯ กรณีเหตุแผ่นดินไหว อ่านเพิ่มเติม

    เลบานอน: การเร่งฟื้นฟูบริการพื้นฐานสำคัญ ท่ามกลางการขู่โจมตีทางการทหารและบังคับพลัดถิ่น

    MSF WATSAN team leader checking water level

    เจ้าหน้าที่ด้านน้ำและสุขาภิบาลขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ส่งต่อไปยังประชาชนราว 50,000 ลิตรต่อวัน อันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการด้านการประปาในพื้นที่ - เลบานอน 2569 © Kristen Poels/MSF 

    นับตั้งแต่สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ดาฮิเยห์ (Dahiyeh) พื้นที่ชานเมืองในทางตอนใต้ของกรุงเบรุต (Beirut) ประเทศเลบานอน ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นได้แปรสภาพเป็นแนวรบในเขตเมืองอย่างสมบูรณ์ จุดดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลหลายร้อยครั้ง ชุมชนแห่งนี้ยังต้องเผชิญกับคำสั่งให้อพยพซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน กองทัพอิสราเอลได้ขู่โจมตีพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากต้องหลบหนีอีกครั้ง องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières - MSF) ในฐานะผู้ปฏิบัติงานเพื่อช่วยฟื้นฟูการส่งต่อบริการที่จำเป็น แสดงความกังวลต่อการบังคับพลัดถิ่นและประเด็นด้านความปลอดภัยของประชาชน 

    สถานการณ์ในดาฮิเยห์สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาทั้งในด้านความต้องการด้านมนุษยธรรมและผลกระทบระยะยาวจากการยกระดับความรุนแรงขึ้นในเลบานอน
    กีแยร์เม โบเตลโญ ผู้ประสานงานโครงการฉุกเฉิน กรุงเบรุต

    ในอดีตดาฮิเยห์เคยเป็นย่านชุมชนเมืองที่มีชีวิตชีวา หากปัจจุบันกำลังเผชิญกับผลกระทบระยะยาวจากการโจมตีของอิสราเอลที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค และโครงสร้างพื้นฐานของระบบประปาอย่างร้ายแรง ทำให้ประชาชนหลายพันคนไม่สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ และต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น สถานพยาบาลส่วนใหญ่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น โดยศูนย์บริการสุขภาพปฐมภูมิและโรงพยาบาลต้องสูญเสียบุคลากรจากการพลัดถิ่น อาคารได้รับความเสียหาย หรือต้องปิดตัวลงเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ปัจจัยข้างต้นส่งผลให้การเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนยิ่งจำกัดวงแคบลง 

    จามิลา (Jamila) คุณแม่วัย 50  ปี ที่ต้องพลัดถิ่นและอาศัยอยู่ในเต็นท์นอกเขตดาฮิเยห์กับวิสซาม (Wissam) ลูกชายวัย 14 ปีที่บกพร่องด้านการพูดเป็นเวลานานถึง 2 เดือน โดยไม่มีรายได้และไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด

    “ไม่มีใครสนใจฉันเลย” เธอกล่าว “ฉันต้องอยู่โดยไม่มีอาหารและน้ำติดต่อกันหลายวัน แม้แต่จะอาบน้ำก็ยังทำไม่ได้”

    เรื่องราวของเธอไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ทั่วทั้งดาฮิเยห์ยังมีครอบครัวผู้พลัดถิ่นอีกหลายพันครอบครัวที่ต้องเผชิญกับการสูญเสียที่อยู่อาศัยและระบบช่วยเหลือที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่เป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม

    MSF collaborating with municipal workers

    การร่วมมือกันระหว่างองค์การแพทย์ไร้พรมแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เทศบาลทำการซ่อมแซมท่อสิ่งปฏิกูลภายหลังโครงสร้างพื้นฐานด้านการประปาเสียหายจากการโจมตีของกองกำลังอิสราเอลเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ©  Kristen Poels/MSF 

    ปฏิบัติการขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน  

    เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว องค์การฯ ได้ขยายการดำเนินงานฉุกเฉินในเดือนมีนาคม โดยจัดตั้งคลินิกเคลื่อนที่ 9 แห่ง เพื่อส่งต่อบริการทางการแพทย์ไปยังชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงสถานพยาบาลได้ คลินิกเหล่านี้ส่งต่อบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นหลากหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจรักษาและให้คำปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพจิต โรคเฉียบพลันและโรคเรื้อรัง สุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพันธุ์ รวมถึงการฉีดวัคซีน โดยตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานขององค์การฯ ได้ส่งต่อบริการตรวจรักษาทางการแพทย์ไปแล้วมากกว่า 2,730 ครั้ง 

    อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่คลินิกเคลื่อนที่จำนวนครึ่งหนึ่งต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราว เนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัยและการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ดาฮิเยห์ โดยจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย

    นอกจากนี้ องค์การฯ ยังช่วยซ่อมแซมศูนย์บริการสาธารณสุขปฐมภูมิ (primary healthcare centres - PHCCs) 6 แห่งที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของอิสราเอล พร้อมทั้งแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นและชุดสุขอนามัยไปยังผู้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งยังดำเนินกิจกรรมด้านน้ำ สุขาภิบาล และสุขอนามัย (WASH) ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ในการสนับสนุนให้ประชาชนกว่า  30,000 คนได้เข้าถึงน้ำสะอาดและมีสุขาภิบาลที่ดี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการระบาดของโรคและยกระดับสภาพความเป็นอยู่โดยรวมให้ดีขึ้น 

    “ประชาชนกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ เนื่องจากบริการที่จำเป็นเริ่มเข้าถึงได้ยากขึ้นหรือไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ” กีแยร์เม โบเตลโญ (Guilherme Bothelo) ผู้ประสานงานโครงการฉุกเฉินขององค์การฯ ในกรุงเบรุตกล่าว “ขีดความสามารถขององค์การฯ ในการนำบริการทางการแพทย์เข้าไปสู่ชุมชนในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเสริมระบบบริการที่มีอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน เราหวังว่าการช่วยเหลือนี้จะเป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แค่ในช่วงที่หน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นกำลังฟื้นฟูและกลับมาให้บริการได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน”

    View of damage inside healthcare center

    ภาพความเสียหายร้ายแรงของศูนย์สุขภาพเทศบาลปฐมภูมิ ภายหลังจากการโจมตีของอิสราเอลในเดือนมีนาคม 2569 - เลบานอน 2569 © Kristen Poels/MSF 

    อุปสรรคต่อการเดินทางกลับอย่างปลอดภัย

    นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลายครอบครัวทั่วประเทศต้องหลบหนีละทิ้งบ้านเรือนหลายครั้ง ขณะที่อีกหลายครอบครัวยังคงใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง คำสั่งอพยพโดยกองทัพอิสราเอลยังคงทำให้ประชาชนต้องเคลื่อนย้ายถิ่นฐานอย่างต่อเนื่อง และเกิดข้อกังวลอย่างมากว่าพวกเขาจะสามารถกลับสู่บ้านเกิดได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ การทำลายล้างเป็นวงกว้างกระทบต่อระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะระบบประปา สถานพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต กำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูสถานที่ หากประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ การเดินทางกลับบ้านย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่มีอยู่จริงหรือปลอดภัยสำหรับหลายครอบครัว 

    “สถานการณ์ในดาฮิเยห์สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาทั้งในด้านความต้องการด้านมนุษยธรรมและผลกระทบระยะยาวจากการยกระดับความรุนแรงขึ้นในเลบานอน (Lebanon)” กีแยร์เม โบเตลโญ กล่าวเพิ่มเติม

    “ขณะที่การโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศและหุบเขาเบกกา (Bekaa Valley) ได้ทวีความรุนแรงขึ้น เรากังวลว่าสถานการณ์เช่นนี้จะขยายวงกว้างมากขึ้น จนบีบให้ผู้คนจำนวนมากต้องละทิ้งบ้านเรือน และบั่นทอนเงื่อนไขในของการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีของคนในชุมชนทั้งหมด ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับระบบสาธารณสุขที่อ่อนแออยู่แล้วจากวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” 


    สนับสนุนการทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของพวกเรา

    สนับสนุนพวกเราในการส่งต่อเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยการบริจาคตอนนี้