ข้อมูลล่าสุด
วัณโรค (Tuberculosis / TB) เป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก ในปี 2564 ผู้ติดเชื้อวัณโรคราว 4.2 ล้านรายไม่ได้รับการวินิจฉัยโรค และหากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่เหมาะสม การรักษาก็ไม่อาจดำเนินต่อไปได้
องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders / Médecins Sans Frontières - MSF) เรียกร้องให้บริษัทที่ดำเนินการผลิตชุดวินิจฉัยวัณโรคจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเซเฟอิด (Cepheid) และบริษัทแม่ ดานาเฮอร์ (Danaher) ให้ความสำคัญกับชีวิตของประชากรเหนือผลกำไร และปรับลงราคาชุดน้ำยาตรวจวัณโรค ชนิด GeneXpert ให้อยู่ที่ 5 ดอลล่าร์/ชุด
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมการตรวจด้วยวิธีอณูชีววิทยาที่รวดเร็วอย่างชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรค ชนิด GeneXpert ของบริษัทเซเฟอิดได้ปฏิวัติการวินิจฉัยวัณโรค และกลายเป็นวิธีการวินิจฉัยที่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization / WHO) ให้การแนะนำ หากในหลายประเทศกำลังเผชิญกับกำแพงด้านราคาและเงื่อนไขด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่ปิดช่องทางในการเข้าถึงวิธีการวินิจฉัยชนิดนี้
โครงการ "Time for $5" จากองค์การฯ เรียกร้องให้บริษัทที่ดำเนินการผลิตชุดน้ำยาวินิจฉัยโรคจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเซเฟอิด (Cepheid) และบริษัทแม่ ดานาเฮอร์ (Danaher) ให้ความสำคัญกับชีวิตของประชากรเหนือผลกำไร และปรับลงราคาชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัย ชนิด GeneXpert ให้อยู่ที่ 5 ดอลล่าร์/ชุด
ชุดน้ำยาวินิจฉัยโรคของบริษัทเซเฟอิด คือทางเลือกใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งด้านความรวดเร็ว ความแม่นยำ และจุดที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในโลก ในกลุ่มเดียวกับโรคเอชไอวี (HIV) อีโบลา (Ebola) และไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C)
โดยองค์การฯ ได้ใช้เครื่องมือและชุดวินิจฉัยเหล่านี้สำหรับปฏิบัติงานทางการแพทย์ทั่วโลก หากราคาตั้งต้นที่สูงของชุดวินิจฉัยวัณโรค ชนิด GeneXpert ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง (Low and Middle-income countries / LMICs) ไม่สามารถสั่งซื้อชุดตรวจที่เพียงพอสำหรับการรองรับการตรวจวินิจฉัยโรคได้
การศึกษาวิเคราะห์ขององค์การฯ ระบุว่า ต้นทุนในการผลิตชุดวินิจฉัยวัณโรคชนิดนี้อยู่ที่ราว 5 ดอลล่าร์ หากทางบริษัทเซเฟอิด ตั้งราคาขายสำหรับองค์การฯ และประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางสูงกว่าราว 2-4 เท่า ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคที่ต้องการวินิจฉัย
องค์การฯ เรียกร้องให้มีการปรับลดราคาโดยทันที
"วัณโรค" คืออะไร
วัณโรค (TB) คือ โรคติดต่อทางการหายใจที่เกิดจากแบคทีเรียชื่อ Mycobacterium เชื้อดังกล่าวจะแพร่จากผู้ป่วยวัณโรคไปสู่บุคคลอื่นทางละอองเสมหะขนาดเล็ก ซึ่งอาจจะเกิดจากการไอ จาม หรือพูด ซึ่งละอองเสมหะเหล่านี้ สามารถมีชีวิตลอยอยู่ในอากาศหลายชั่วโมง และเมื่อมีผู้สูดเข้าไปจะเข้าไปจนถึงถุงลมปอด และเกิดการอักเสบได้
ด้วยเหตุนี้ผู้ป่วยวัณโรคจึงมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังบุคคลใกล้ชิดที่พวกเขาใช้เวลาด้วยในชีวิตประจำวัน เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนร่วมโรงเรียน เป็นต้น
ทุกคนสามารถเป็นวัณโรคได้
คุณทราบหรือไม่ วัณโรคคร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 1.5 ล้านคนในแต่ละปี* นับเป็นโรคติดเชื้อที่อันตรายที่สุดในโลกก่อนที่โควิด-19 จะเกิดขึ้นเสียอีก กระทั่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวนผู้เสียชีวิตจากวัณโรคยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีจำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

ปี 2565: ตัวเลขประมาณการของผู้ติดเชื้อวัณโรคทั่วโลกอยู่ที่ 10.6 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ชาย 5.8 ล้านราย ผู้หญิง 3.5 ล้านราย และเด็ก 1.3 ล้านราย โดยวัณโรคสามารถพบได้ในทุกประเทศทั่วโลกและทุกช่วงอายุ เด็กและผู้สูงอายุมักจะถูกมองข้ามจากเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และมีความซับซ้อนมากกว่าในการตรวจวินิจฉัยและรักษา
ปี 2654: ตัวเลขรายงานผู้ติดเชื้อวัณโรครายใหม่ 87% มากจากประเทศที่มีภาระทางวัณโรคสูง (high TB burden countries) 30 ประเทศ การสำรวจทั่วโลกพบว่าวัณโรคนับเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อเป็นอันดับสองรองจากโรคโควิด 19
"วัณโรค" รักษาและป้องกันได้
การต่อสู้เพื่อยุติวัณโรคเผชิญอุปสรรคมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ให้เห็นว่า อัตราการเสียชีวิตจากวัณโรคทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นในปี 2021 หลังจากที่อัตราดังกล่าวลดลงระหว่างปี 2005 ถึง 2019 เนื่องจากประชาชนจำนวนมากได้รับการวินิจฉัยและการรักษาน้อยลง ทั้งยังมีทรัพยากรน้อยลงสำหรับบริการที่จำเป็นที่เกี่ยวข้องกับวัณโรค

ในปี 2021 ผู้ป่วยวัณโรคทั่วโลก 17,221 ราย เริ่มเข้ารับการรักษาครั้งแรกภายใต้การดูแลขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน ซึ่งในจำนวนนี้ประกอบด้วยผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา 2,309 ราย
เราประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้แผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ และหน่วยงานอื่นในโครงการต่างๆ เพื่อส่งมอบการรักษาวัณโรคอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมในทุกพื้นที่ทั่วโลก
องค์การฯ ดำเนินงานเกี่ยวกับวัณโรคอย่างไร
ในแต่ละพื้นที่ที่องค์การแพทย์ไร้พรมแดนส่งมอบความช่วยเหลือทางการแพทย์ด้านวัณโรคมีความแตกต่างกันออกไปตามบริบทต่างๆ ตั้งแต่ประเทศที่แออัดไปด้วยผู้ป่วยที่รอเข้ารับการรักษาอย่างปาปัวนิวกินี หรือสลัมในฟิลิปปินส์ ไปจนถึงประเทศที่ยังคงเข้าถึงยาก เช่น อัฟกานิสถาน เป็นต้น
ฉะนั้น การดำเนินงานของแต่ละโครงการในแต่ละพื้นที่จึงแตกต่างกันออกไป เช่น บางโครงการมุ่งเน้นที่การบูรณาการบริการด้านเอชไอวีและวัณโรค ขณะที่ในอีกพื้นที่หนึ่งจำเป็นต้องให้การรักษาแก่ผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาเป็นหลัก ไปจนถึงกลุ่มเปราะบางที่เผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงสถานพยาบาลและบริการทางการแพทย์
- ฟิลิปปินส์
ประชากรกว่า 650,000 คนอาศัยอยู่ใน Tondo โดยพื้นที่ประมาณ 9 ตารางกิโลเมตรที่ทอดยาวระหว่างท่าเรือและย่านธุรกิจของกรุงมะนิลาเป็นสลัมที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดส่งผลให้เกิดความแออัด เนื่องจากไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านเป็นเวลาหลายวัน

องค์การแพทย์ไร้พรมแดน ได้เปิดตัวโครงการ "การค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุก" ภายใต้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข กรุงมะนิลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจคัดกรอง ติดตาม และส่งต่อผู้ป่วยที่ติดเชื้อวัณโรคไปยังสถานพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะให้การรักษาพยาบาลแล้ว ยังเป็นการทำลายห่วงโซ่การแพร่เชื้ออีกด้วย
นวัตกรรมเพื่อการรักษาวัณโรค
องค์การแพทย์ไร้พรมแดนทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยวัณโรค